วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บที่ตา

กรดหรือด่างเข้าตา
  • อย่าขยี้ตา ,ล้างด้วยน้ำสะอาดมาก ๆ
  • รีบไปพบแพทย์

ถูกของแหลมทิ่ม
  • ให้นอนหลับตา
  • ปิดตาด้วยผ้ากอซหรือผ้าเช็ดหน้า
  • อย่าขยับสายตาไปมา
  • รีบพบแพทย์ทันที

สิ่งแปลกปลอมเข้าตาขาว
  • ขยี้ตาเบา ๆ กระพริบตา , ล้างตาหรือเงยสายตาขึ้นด้านบน
  • ใช้มุมผ้าเช็ดหน้าเขี่ยผงออก
  • ถ้าไม่ออก ไปพบแพทย์

ถูกกระแทกที่ดวงตา
  • ประคบด้วยความเย็นทันที
  • รีบไปพบแพทย์

ความปลอดภัยสำหรับเด็ก

ความปลอดภัยสำหรับเด็ก
  1. อย่าปล่อยทารกหรือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบไว้กับสิ่งใดที่อุดตันทางเดินหายใจได้ เช่นถุงพลาสติก ให้เลือกของเล่นชิ้นใหญ่ ๆ ที่ใส่ปากไม่ได้
  2. อย่าให้หมอนกับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี
  3. อย่าทิ้งทารกไว้กับขวดนมหรืออาหารนมหรืออาหารตามลำพัง (เพราะอาจทำให้เด็กสำลักได้)
  4. ห้ามให้ถั่วลิสง ,น้อยหน่า, มะขาม แก่เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ
  5. อย่าปล่อยเด็กทารกไว้บนเตียงกับคุณนาน ๆ (เพราะอาจเผลอหลับทับเด็กได้)
  6. อย่าปล่อยเด็กหรือทารกไว้บนที่ยกสูงตามลำพัง
  7. รถหัดเดินควรมีฐานและล้อที่แข็งแร็ง
  8. อย่าปล่อยเด็กหรือทารกไว้บนเก้าฮี้สูงโดยไม่มีเครื่องรัดตัว
  9. อย่าให้เด็กสวมถุงหน้าเดินไปเดินมา
  10. อย่าวางแจกันแก้ว ,กาน้ำร้อนไว้บนโต๊ะเตี้ย หรือในระยะที่เด็กเอื้อมมือถึง
  11. หาที่ครอบปลั๊กไฟและสอนไม่ให้เล่นปลั๊กไฟ ,พัดลม เมื่อเด็กเรียนรู้และสอนจุดอันตรายต่าง ๆ ให้เด็กทราบ
  12. ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบข้ามถนนตามลำพังและจูงมือเด็กที่ต่ำกว่าอายุ 5 ขวบข้ามถนนเสมอ
  13. อย่าถือของร้อน ,ถ้วยกาแฟร้อน ๆ เหนือศรีษะเด็ก
  14. บ้านที่มีเด็กในวัยหัดเดินเตาะแตะ ไม่ควรใช้ผ้าปูโต๊ะที่มีชายให้เด็กดึงได้

ยาที่ควรมีไว้ในตู้ยาประจำบ้าน


ยาที่ควรมีไว้ในตู้ยาประจำบ้าน
  1. ยาแก้ปวดลดไข้ : ยาเม็ดพาราเซตามอล 500 มก.
  2. ยาแก้แพ้,ลดน้ำมูก : ยาเม็ดคลอเฟนิรามีน 4 มก. ,2 มก.
  3. ยาแก้ปวดท้องท้องอืด ท้องเฟ้อ : ยาธาตุน้ำแดง ,ยาธาตุน้ำขาว , โซดามิ้นท์ , ขมิ้นชันแคปซูล
  4. ยาโรคกระเพาะ : ยาเม็ดอลูมินาเมกนีเซีย , ไตรซิลิเคท
  5. ยาแก้ท้องเสีย : ยาน้ำเคาลินเปคติน ผงน้ำตาลเกลือแร่
  6. ยาใส่แผล : ทิงเจอร์ใส่แผลสด , ไอโปดีน
  7. ยาล้างตา : โบริคโซลูชั่น
  8. ยาล้างแผล เช็ดแผล : ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ , แอลกอฮอล์เช็ดแผล
  9. ยาทาแก้แพ้แก้คัน : คาลาไมน์
  10. ยาทานวด : ขี้ผึ้งปวดบวม , ครีมระกำ , GPO บาล์ม
  11. ยาแก้ไอผู้ใหญ่ : ยาแก้ไอน้ำดำ , ยาขับเสมหะ
  12. ยาแก้ไอเด็ก : ยาแก้ไอขับเสมหะ , ยาแก้ไอเด็กเล็ก ,
  13. ยาระบาย : ยาระบายเม็กนีเซีย , มะขามแขก , ยาเม็ดมะขามแขก
  14. ยาสูดดม : เหล้าแอมโมเนีย

อุปกรณ์ปฐมพยาบาล

อุปกรณ์ปฐมพยาบาล
  1. สำลี
  2. ผ้ากอซแผ่นชนิดฆ่าเชื้อ ทำความสะอาด (แอลกอฮอล์)
  3. คีมสำหรับบ่งเสี้ยน
  4. ผ้าสามเหลี่ยม
  5. ผ้ากอซพันแผลขนาดต่าง ๆ
  6. กรรไกรขนาดกลาง
  7. เข็มกลัดซ่อนปลาย
  8. แก้วล้างตา
  9. พลาสเตอร์ม้วน ชิ้น
  10. ผ้ายืดพันแก้เคล็ดขัดยอก ( Elsatic bandage)
  11. ผ้ากอซชุลพาราฟินสำหรับแผลไฟไหม้

การปฏิบัติสำหรับกรณีฉุกเฉิน



การปฏิบัติสำหรับกรณีฉุกเฉิน
  1. ตั้งสติให้ได้อย่าตกใจ
  2. ขอความช่วยเหลือ
  3. ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
    • ช่วยหายใจ ให้อากาศเข้าปอดสะดวก คลายเสื้อผ้าให้หลวม
    • ห้ามเลือด
    • นอนนิ่ง ๆ ห่มผ้า คอยสังเกตอาการ จับชีพจรเป็นระยะ
    • ถ้ามีกระดูกหักอย่าเคลื่อนย้าย
    • ห้ามรัปประทานสิ่งใด (ถ้าไฟลวกรุนแรงให้จิบน้ำคำเล็ก ๆ )

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ก่อนที่จะเริ่มปฐมพยาบาล



ก่อนที่จะเริ่มปฐมพยาบาล ต้องรู้จัก "การประเมินสถานการณ์"
การประเมินสถานการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ (scene size-up)
- เป็นการประเมินสถานการณ์ที่เกิดเหตุ และสิ่งโดยรอบเพื่อหาข้อมูลสำคัญสำหรับการ
ช่วยเหลือผู้ป่วยขั้นต้น ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญ

สิ่งที่ต้องประเมิน ณ จุดเกิดเหตุ
1. ความปลอดภัยของสถานที่เกิดเหตุ (scene safety)
2. กลไกการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ (mechanism of injury)
3. ความรุนแรงของสถานการณ์ (situation)
ทำไมต้องประเมินสถานการณ์ที่เกิดเหตุ
1. การป้องกันตนเอง
2. ป้องกันผู้เจ็บป่วยได้รับอันตราย เพื่อไม่เพิ่มจำนวนผู้บาดเจ็บ หรือเป็นผู้ป่วยเอง

ความปลอดภัยของสถานที่เกิดเหตุ (scene safety)
1. การประเมินความปลอดภัย
- ผู้ช่วยเหลือ
- ผู้บาดเจ็บ
- ประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์
" เราจะปลอดภัยหรือไม่ ถ้าอยู่ในการสถานการณ์นั้น "
" เราจะปลอดภัยหรือไม่ ถ้าเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

2. การป้องกันอันตรายซ้ำซ้อน เช่น ถูกรถชนซ้ำ รถเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิม
ใกล้บริเวณที่มีกระแสไฟฟ้าแรงสูง สารเคมี หรือเชื้อเพลิง
กรณีสายไฟถูกตัดขาด
- ห้ามแตะต้องสิ่งใดๆ
- ไปอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย
- ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์
- ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
3. การป้องกันตนเองของผู้ช่วยเหลือ
- วัตถุอันตราย : สารพิษ สารเคมีต่างๆ
- อุบัติเหตุจราจร : รถชน พื้นผิวการจราจรไม่ปลอดภัย
- การถูกทำร้ายร่างกาย : อาชญากรรม ยาเสพติด
- การสัมผัสเชื้อ : สวมแว่นตาหรือเครื่องป้องกันดวงตา ถ้าจำเป็น
: สวมถุงมือ
: สวมเสื้อคลุม ถ้าจำเป็น
: สวมผ้าปิดปากปิดจมูก ถ้าจำเป็น

กลไกการเกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บ (mechanism of injury)

1. โรคทั่วไป ซักประวัติเพิ่มเติมจาก ญาติ ผู้เห็นเหตุการณ์
2. การได้รับบาดเจ็บ สาเหตุของการบาดเจ็บ : ตกจากที่สูง ถูกยิง ถูกแทง หรือ ถูกระเบิด

ความรุนแรงของสถานการณ์ (situation)

1. พิจารณาจำนวนผู้ป่วย การบาดเจ็บ
2. ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่น : ตำรวจ ดับเพลิง หน่วยกู้ภัยต่างๆ
3. คัดแยกผู้ป่วย (triage)
4. ถ้าจัดการกับสถานการณ์ได้ ให้ระวังการบาดเจ็บของไขสันหลัง : การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
การให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น

การคัดแยกผู้ป่วย (triage)

แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
1. ภาวะฉุกเฉิน (emergent) เป็นภาวะคุกคามต่อชีวิต ต้องได้รับการช่วยเหลือทันที การ
รีรอจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความพิการ ได้แก่ หัวใจหยุดเต้น การอุดตันของ
ทางเดินหายใจ ช็อค ภาวะเลือดออกมาก การได้รับบาดเจ็บรุนแรงหลายแห่ง
2. ภาวะรีบด่วน (urgent) เป็นภาวะที่ต้องได้รับการช่วยเหลือโดยเร็ว รอได้บ้างในระยะ
เวลาไม่กี่ชั่วโมง เช่น อาการปวดรุนแรง กระดูกหัก การได้รับบาดเจ็บ บาดแผล การแท้ง
ตกเลือด
3. ภาวะไม่รีบด่วน (non-urgent) เจ็บป่วยเล็กน้อยไม่ฉุกเฉิน ไม่มีความจำเป็นต้องใช้
บริการของแผนกฉุกเฉิน เช่น ไข้หวัด เจ็บคอ ปวดหลัง ตกขาว ริดสีดวงทวาร

สำคัญนะครับ ท่าผู้ช่วยไม่ปลอดภัย ผู้ที่จะช่วยรวมถึงผู้ที่จะถูกช่วย หรือ คนที่อยู่ใกล้ๆ รอบข้าง จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยไปในทันทีเลยนะครับ